บทความวิจัย
Browse by
Recent Submissions
-
ศุภกาญจน์ ศิลปรัสมี; จิรประไพ แก้วภราดัย; ชัชภรณ์ เฮ้งศิริ; ละมัย แสงเพ็ง (ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย, , 2005)ประเภท: บทความ - วิจัย[ดูเพิ่มเติม][ปิด]
Abstract: บทนำ : ประเทศไทยได้ดำเนินการสนับสนุนให้แม่หลังคลอดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 จนถึงปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายของประเทศที่จะให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมตนเองอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน ร้อยละ 30 แต่มีแม่เพียงร้อยละ 14.5 เท่านั้นที่สามารถให้นมแม่อย่างเดียวต่อเนื่องถึง 4 เดือนวัตถุประสงค์ : เพื่อหาแนวทางเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนให้ได้ร้อยละ 30วิธีการ : กลุ่มสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งประกอบด้วย พยาบาลของโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช และแม่อาสาในโครงการประสานสายใยคู่ใจนมแม่ ติดตามเยี่ยมและช่วยเหลือแม่ให้เลี้ยงลูกด้วยนมตนเองจนสำเร็จเมื่อ 1, 2, 4 สัปดาห์และ 2, 4, 6 เดือนหลังคลอด โดยดำเนินการระหว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2548-พฤษภาคม พ.ศ.2549ผลการศึกษา : จากการติดตามแม่ 771 คน มีแม่เพียง 747 คน ที่สามารถติดตามได้จนถึง 6 เดือน โดยที่มีแม่กลุ่มเสี่ยง 496 คน ซึ่งเป็นแม่ทำงานนอกบ้าน แม่ที่มีปัญหาในการให้นมเด็กป่วย และเด็กที่ขณะจำหน่ายยังรับนมแม่ได้ไม่ดี อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนในแม่ปกติและแม่กลุ่มเสี่ยงเท่ากับร้อยละ 92 และ 19 ตามลำดับ โดยทั้ง 2 กลุ่มมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)สรุป : ผลจากการศึกษาพบว่า การช่วยเหลือและคอยแก้ปัญหาให้แก่แม่หลังคลอดอย่างต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และช่วยให้แม่สามารถให้นมลูกได้ยาวนานขึ้น Description: งานวิจัยนี้ เป็นการวิจัยกับแม่หลังคลอดที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน ในจังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มสนับสนุนงานวิจัย ประกอบด้วย พยาบาลโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช และแม่อาสาในโครงการประสานสายใยคู่ใจนมแม่; ที่มา : ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย. 2548. รายงานวิจัยนมแม่ ปี 2548. กรุงเทพฯ : ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย. หน้า 77-83. URI: http://breastfeedinglib.saiyairak.com/handle/023548404.11/122 Files in this item: 1
AW_วิจัยนมแม่ 9.pdf (830.1Kb) -
วรพงษ์ วรเชษฐ; สุวิมล พุทธบุตร ( , 2005)ประเภท: บทความ - วิจัย[ดูเพิ่มเติม][ปิด]
Abstract: ภาวะตัวเหลืองเป็นปัญหาที่สำคัญยิ่งประการหนึ่งของทารกแรกเกิดที่แพทย์ พยาบาล ควรจะมีแผนการรักษาพยาบาลผู้ป่วยเหล่านี้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม แม้ว่าภาวะตัวเหลืองไม่ใช่โรคแต่พบบ่อยในทารกแรกเกิดของแผนกเด็กอ่อนทุกโรงพยาบาลนับว่ามีความสำคัญ เพราะถ้าหากปล่อยให้ระดับบินลิรูบินสูงมากขึ้นอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสมองของทารกทำให้เกิดอาการผิดปกติทั้งในระยะเด็กอ่อน แต่เมื่อโตขึ้นอาจมีความผิดปกติทางสมองได้ จากสถิติมารดาที่คลอดในโรงพยาบาลมหาสารคาม เกิดภาวะตัวเหลือง ในปี พ.ศ. 2545 = 29.83% พ.ศ. 2546 = 25.32 % พ.ศ. 2547 = 26.89% สาเหตุการเกิดภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิดมีมากมายหลายประการ สาเหตุสำคัญประการหนึ่งคือ ทารกได้รับน้ำนมไม่พอซึ่งเกิดจากทารกได้ดูดนมมารดาช้า ดูดไม่บ่อย ไม่ถูกวิธี ทำให้น้ำนมมารดามาน้อย ดังนั้น ทีมวิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาผลของการให้ทารกดูดนมมารดาเร็ว ดูดบ่อย และดูดถูกวิธี ต่อภาวะตัวเหลืองของทารกแรกเกิดในโรงพยาบาลมหาสารคาม Description: งานวิจัยนี้ เป็นการวิจัยกับทารกแรกเกิดที่มีภาวะตัวเหลือง ในโรงพยาบาลมหาสารคาม อ.เมือง จ.มหาสารคาม; ที่มา : ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย. 2548. รายงานวิจัยนมแม่ ปี 2548. กรุงเทพฯ : ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย. หน้า 71-76. URI: http://breastfeedinglib.saiyairak.com/handle/023548404.11/121 Files in this item: 1
AW_วิจัยนมแม่ 8.pdf (610.8Kb) -
วชิรา ตันเสนีย์ (ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย, , 2005)ประเภท: บทความ - วิจัย[ดูเพิ่มเติม][ปิด]
Abstract: ข้อมูลพื้นฐาน : ทารกเกิดก่อนกำหนดและน้ำหนักน้อยเป็นกลุ่มทารกที่มีอุปสรรคต่อการกินนมแม่ เนื่องจากทารกมักป่วยหนัก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ไม่สามารถรับนมได้ มีโอกาสเสี่ยงต่อการขาดสารอาหารค่อนข้างสูง เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้จะมีการเจริญเติบโตน้อยกว่าปกติในขณะที่อยู่ในครรภ์อยู่แล้ว เมื่อร่วมกับภาวะเจ็บป่วยหลังคลอดก็ยิ่งทวีความรุนแรงของการขาดสารอาหารยิ่งขึ้น การส่งเสริมให้ทารกได้กินนมแม่จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อทารกเหล่านี้ นมแม่ ธรรมชาติของมนุษย์สู่มนุษย์ นับว่ามีประโยชน์และสำคัญต่อเด็กกลุ่มนี้มาก เนื่องจากมีสารอาหารครบถ้วนเพียงพอและเหมาะสมกับความต้องการของทารกแล้วยังมีสารอาหารจำเป็นที่อาหารทดแทนนมแม่ในท้องตลาดปัจจุบันไม่มีอีกหลายชนิด การให้นมแม่มิใช่เป็นเพียงการให้อาหาร แต่เป็นการเริ่มต้นให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่ทารกด้วย นอกจากนี้ ยังช่วยสานสัมพันธ์ระหว่างมารดาและทารกในช่วงที่ทารกต้องอยู่ในโรงพยาบาลและช่วยลดอัตราการทอดทิ้งทารก เป็นการส่งเสริมให้เด็กได้เจริญเติบโตและพัฒนาไปด้วยดีทั้งร่างกายและจิตใจ การส่งเสริมให้ทารกเกิดก่อนกำหนดได้รับนมแม่ขณะอยู่โรงพยาบาลและภายหลังกลับบ้านเป็นส่วนประกอบที่สำคัญมากในการดูแลรักษาทารกเหล่านี้ และอาจมีอุปสรรคบ้างเนื่องจากทารกต้องแยกจากมารดาเป็นระยะเวลานาน ไม่สามารถดูดกระตุ้นนมแม่ได้ และไม่สามารถทนต่อการกินนมได้ตามปกติ บุคลากรที่ดูแลแม่และทารกควรสนับสนุนให้กำลังใจ และติดตามมารดากลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อจะทำให้การให้นมแม่ในทารกเกิดก่อนกำหนดและทารกป่วยประสบความสำเร็จ ซึ่งจะส่งผลดีต่อทารกในระยะยาว Description: รายงานวิจัยนี้เป็นการวิจัยกับเด็กที่คลอดก่อนกำหนดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า URI: http://breastfeedinglib.saiyairak.com/handle/023548404.11/120 Files in this item: 1
AW_วิจัยนมแม่ 7.pdf (868.4Kb) -
อาพร ว่องสุขสวัสดิ์ (ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย, , 2005)ประเภท: บทความ - วิจัย[ดูเพิ่มเติม][ปิด]
Abstract: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง เพื่อศึกษาแนวทางเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ได้ตามเป้าหมายด้วยการติดตามมารดาหลังคลอดโดยการเยี่ยมบ้านและทางโทรศัพท์ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของวิธีการติดตามเยี่ยมประชากรที่ศึกษาในครั้งนี้ คือ มารดาที่คลอดในโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2548 ถึง เดือนมีนาคม พ.ศ. 2549 จำนวน 60 ราย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 30 ราย กลุ่มที่ 1 ติดตามเยี่ยมโดยการเยี่ยมบ้าน กลุ่มที่ 2 ติดตามเยี่ยมทางโทรศัพท์ ดูผลสัมฤทธิ์ต่ออัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว เมื่อเด็กอายุครบ 6 เดือน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มที่ 1 ติดตามเยี่ยมโดยการเยี่ยมบ้านสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้นานถึง 6 เดือน คิดเป็นร้อยละ 40.0 ซึ่งเท่ากับกลุ่มที่ 2 ซึ่งเป็นกลุ่มที่ติดตามเยี่ยมทางโทรศัพท์ เมื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของวิธีการติดตามเยี่ยมมารดาหลังคลอดต่ออัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวพบว่า มารดาหลังคลอดซึ่งติดตามเยี่ยมโดยการเยี่ยมบ้านและติดตามเยี่ยมทางโทรศัพท์มีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ Description: การวิจัยเรื่องนี้ ได้ทำการวิจัยกับมารดาที่คลอดในโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี; ที่มา : ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย. 2548. รายงานวิจัยนมแม่ ปี 2548. กรุงเทพฯ : ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย. หน้า 55-62. URI: http://breastfeedinglib.saiyairak.com/handle/023548404.11/119 Files in this item: 1
AW_วิจัยนมแม่ 6.pdf (995.0Kb) -
ปุญญพัฒน์ ไชยเมล์; เบญจมาศ พระธานี; บัณฑิต ถิ่นคำรพ (ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย, , 2005)ประเภท: บทความ - วิจัย[ดูเพิ่มเติม][ปิด]
Abstract: การให้อาหารในทารกมีความจำเป็นต่อพัฒนาการและสุขภาพ รวมไปถึงช่วยลดอุบัติการณ์ของการเกิดโรคติดเชื้อและการป่วย ทั้งนี้ยังเป็นการส่งเสริมพัฒนาการทางด้านพุทธิปัญญา การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการให้นมแม่ต่อการพูดคำแรกที่มีความหมายในเด็กไทย รูปแบบการศึกษาเป็นแบบการศึกษาระยะยาวโดยมีเด็กทารกที่เข้าร่วมศึกษาจำนวน 4,245 คน ซึ่งคลอดในระหว่างเดือนมิถุนายน 2543 ถึงเดือนกรกฎาคม 2545 และเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ตามภูมิภาคของประเทศไทยกระจายอยู่ในพื้นที่ชนบทจำนวน 3 แห่ง และเขตเมืองจำนวน 2 แห่ง ทำการติดตามตั้งแต่แรกคลอดจนถึงอายุ 1 ขวบ ตัวแปรตามคือ การพูดคำแรกที่มีความหมาย ได้แก่ การเรียกพ่อ/แม่ หรือการเรียกชื่อผู้เลี้ยงดู และ/หรือ คำพูดอื่นๆ ที่มีความหมาย โดยตัวแปรตามและข้อมูลการดื่มนมแม่ทำการเก็บข้อมูลโดยใช้ปฏิทินพัฒนาการ โดยบิดามารดาหรือผู้เลี้ยงดูเป็นผู้ทำการบันทึก ผลการศึกษาพบว่า เด็กที่ดื่มนมแม่ทำให้มีการพูดคำแรกที่มีความหมายได้ช้าลงประมาณร้อยละ 5 (Odds Ratio = 0.95; 95%CI: 0.89-1.01) และนอกจากนี้ ยังพบว่าเด็กที่ดื่มนมผสมไม่มีความสัมพันธ์กับการพูดคำแรกที่มีความหมายในช่วงหนึ่งขวบปีแรก (1.00; 95%CI: 0.94-1.07) หลังจากควบคุม Confounding Factors โดยสรุป การให้นมแม่และนมผสมในช่วงขวบปีแรกไม่มีความสัมพันธ์กับการพูดคำแรกที่มีความหมายBreast feeding show many benefits for child development and health, including its reduced incidences of infectious disease and infant mortality, and enhanced cognitive development. The objective was to investigate the association between breast feeding practices and the first meaningful words of Thai children. Subjects were 4,245 children born between July 2000 and June 2002. These subjects, who resided in three rural and two urban areas of Thailand, were followed from birth to childhood. The primary outcome was the expression of first meaningful words. The first meaningful words were defined as children expressing the father/mother’s or 49 caregiver’s name and/or other typical early developing words. The primary outcome was gathered using a diary method entailed having parents and caregivers work daily recordings of development. Results found that no association was found among children who had breast feeding increasing with duration of breast feeding and first meaningful words. Breast feeding may cause a reduction the expression of first meaningful words about 10% (Odd Ratio 0.89; 95%CI 0.76 to 1.03) and found no association among children who had formula feeding and expression first meaningful words (1.00; 95% CI 0.94-1.07) after adjusted for confounding factors. It concluded that this present study found no significant association between breast feeding practices and the expression of first meaningful words in first year of life. Description: ที่มา : ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย. 2548. รายงานวิจัยนมแม่ ปี 2548. กรุงเทพฯ : ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย. หน้า 47-54. URI: http://breastfeedinglib.saiyairak.com/handle/023548404.11/118 Files in this item: 1
AW_วิจัยนมแม่ 5.pdf (790.4Kb)